Scoparia dulcis L.
ใบกว้าง
วัชพืชฤดูเดียว
เมล็ด
ลำต้น ต้นตั้งตรงสูง 20-60
ชม. ลำต้นนเป็นหลี่ยม มีสันเห็นได้ชัด ลำต้นเรียบ ไม่มีชน ค่อนข้าง
แข็งและเหนียว มีกิ่งก้านสาขามาก บริเวณโคนต้นมักจะเป็นสี่เหลี่ยม
ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกตรงข้ามกัน และหมุนเป็นเกลียวรอบกิ่ง
เกิดตามข้อ ข้อละ 3 ใบ หรือ
บางครั้งอาจจะพบเพียง 2 ใบ
ก้านในสั้นหรือไม่มีก้านใบ ลักษณะในเป็นรูปหอก ยาว
25 ชม. กว้าง 7-15 มม. โคนใบแคบ ขอบใบหยักแบบฟันเลื่อย หรือหยักเป็นฟันเลื่อย
ซ้อนกัน ปลายใบแหลม
ดอก ออกเป็นช่อแบบช่อกระจุก (cyme) โดยมีดอกย่อย
1-3 ดอก ออกตามซอกใบสีขาว แต่
บางครั้งจะพบสีขาวปนน้ำเงินเรื่อ ๆ
ดอกย่อยมีกลีบเลี้ยเขียว 4 กลีบ โคนกลีบติด
กันเล็กน้อย ปลายแหลม
และมีขนสีขาวตามขอบของกลีบ กลีบดอกติดกันแล้วแยกเป็น
4 กลีบ สีม่วงซีดหรือสีขาว และมีขนสีขาว
ยาวประมาณ 2 มม. ติดอยู่เป็นวงโดยรอบ
ปลายกลีบค่อนข้างมน เกสรตัวผู้ 4 อัน ก้านยาว
2-2.5 มม. โคนก้านติดกับกลีบดอก
อับละอองเรณู 2 เซลล์ เกสรตัวเมีย 1 อัน
มีรังไข่อยู่เหนือฐานดอก รังไข่แบ่งออกเป็น
2 ช่อง ท่อรังไข่ยาว ปลายแยกเป็น 2 แฉก
ดอกบานตอนเช้า ร่วงง่ายให้ผลเร็ว
ผล ค่อนข้างกลมเมื่อแห้งจะแตก (capsule)
ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2-3 มม. สีน้ำตาล ปลาย
จะหยักเว้าเป็น 2 พู เมื่อแก่จะแตกตามยาว
ภายในเมล็ดเล็กสีน้ำตาลแก่ จำนวนมาก
alachlor, atrazine, acetochlor, pendimethalin, isoxaflutole, metolachlor, metribuzine
ก่อนวัชพืชงอก
อัตราการใช้ตามฉลาก
glufosinate, glyphosate
พ่นระหว่าร่อง หลังวัชพืชงอก
อัตราการใช้ตามฉลาก